Advertisement

Main Ad

"Article -- อาติโค่ง อาติเคิ่ล อะไรกันวะ(คะ)เนี่ยะ ตอนที่ 1/3"

"Article -- อาติโค่ง อาติเคิ่ล อะไรกันวะ(คะ)
เนี่ยะ ตอนที่ 1/3"



ความรู้สึกแรก ตามชื่อเรื่องเลยค่ะ "อาติโค่ง อาติเคิ่ล อะไรกันวะ(คะ)เนี่ยะ" สาลี่เขียนออกมาจากใจเลยนะคะเนี่ยะ ในภาษาไทย เราไม่ต้องมี Article /อ๊า-ติ-เคิ่ล/ (เขียนเส้นใต้พยางค์ไหน เน้นเสียงหนักพยางค์นั้นนะคะ) แต่ภาษาอังกฤษก็ยังดีกว่าภาษาฝรั่งเศส ที่ Article ต้องเปลี่ยนไปตามเพศหญิงและเพศชาย มิน่าเขาถึงเรียกภาษาฝรั่งเศสว่า "ภาษาโรแมนซ์" ก็เพราะมันเป็นเรื่องหญิงๆ ชายๆ นี่เอง เหอๆ 


คำว่า Article มี 2 ความหมายหลักค่ะ ความหมายแรก สาลี่รู้มาตั้งแต่อยู่ ป. 3 (มั้ง -- คิดว่าป. 1 เด็กไป ตอนนั้นรู้จักแต่สะสมสติ๊กเกอร์โดราเอม่อนแล้วเอาไปแลกของ 55+ ไร้สาระเน๊อะ) ส่วนความหมายที่สองนี่มารู้ก็ตอนอยู่ม.ปลายค่ะ แล้วทุกคนทราบไหมคะว่า ความหมายที่ 1 และความหมายที่ 2 ที่สาลี่พูดถึง คืออะไรกันบ้าง ^^"


คำสั้นๆ ง่ายๆ แต่มีพลังมากมายนัก 
คำ 3 คำที่มีบทบาทสำคัญในการเขียนภาษาอังกฤษ



ความหมายที่ 1:  คำนำหน้านาม ได้แก่ a, an และ the
ความหมายที่ 2:  บทความ, ข้อต่างๆ ในสัญญาหรือสิ่งของ (เวลาแปลดูที่บริบทหรือข้อความแวดล้อมนะคะ)


ตอนเด็กๆ ทุกคนอาจเคยเรียนมาว่า เมื่อเห็นคำนามที่ขึ้นต้นด้วย "a, e, i, o, u" ให้ใช้คำนำหน้านาม (article) "an" ไปเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่ "ผิดมหันต์" ต่อแต่นี้ไปจำอะไรมา ลบออกไปให้หมดค่ะ จำใหม่ว่า "สิ่งสำคัญที่สุดในการเติม a และ an คือ "การฟังเสียง" เราต้องฟังเสียงเท่านั้น จึงจะได้คำตอบที่ถูกต้องที่สุด 


ถ้าเสียงที่เราลองเปล่งออกมาเป็นเสียง "พยัญชนะ" หรือ Consonant /ค้าน-ซะ-เนิ้นท์/ เช่น m /เมอะ/ t /เทอะ/ w /เวอะ/ หรือ y /เยอะ/ ที่มีเสียง ม.ม้า ท.ทหาร ว.แหวน หรือ ย.ยักษ์ นำหน้า เราก็ใช้ "a" ไปเลยค่ะ


แต่ในทางกลับกัน


ถ้าเสียงที่เราลองเปล่งออกมาเป็นเสียง "สระ" หรือ "vowel" /เ้ว้า-เอิ้ว/ สังเกตง่ายๆ เสียงเหล่านี้เวลาเปล่งออกมาจะไม่มีพยัญชนะนำหน้า ถ้าถอดเป็นคำอ่านภาษาไทย จะเป็นตัว อ.อ่าง ทั้งหมดค่ะ เช่น Ant อ่านว่า แอ้นท์ เสียงที่ออกมาเป็นเสียง อ.อ่าง หรือ hour อ่านว่า /อ้าว-เวอะ/ ตัว H ไม่ออกเสียงค่ะ เพราะฉะนั้น  เท่ากับว่า คำว่า hour นี้ก็ออกเสียงนำหน้าด้วย อ.อ่าง เป็นเสียงสระค่ะ ดังนั้น คำนำหน้านามที่เติมคือ "an" นั่นเอง 


การเติม a กับ an จะต่างกับการเติม the ค่ะ (เรื่องนี้เป็นเรื่องที่่ "งง" ขั้นเทพ แม้แต่เทพยังงง รับรองเลย) ความแตกต่างระหว่าง "a, an" กับ "the


ก่อนที่จะมาเรียนรู้หลักเกณฑ์ เราต้องมาขอทำความเข้าใจร่วมกันก่อนค่ะว่า  


1.  เราจะเติม "the" ต่อเมื่อคำนามคำนั้้น เป็นสิ่งที่เรารู้กันอยู่แล้วหรือเคยพูดถึงกันมาก่อน จะเป็นเอกพจน์(มีแค่ 1) หรือพหูพจน์ (ตั้งแต่ 1 ขึ้นไป) หรือไม่ ไม่สำคัญค่ะ แต่คำว่า "a, an" นั้น นำหน้าคำนามที่เป็นเอกพจน์เท่านั้น และต้องเป็นคำนามที่กล่าวเป็นครั้งแรก หรือ กล่าวถึงเป็นการทั่วไปด้วย


2.  คำนามนับได้ที่เป็นเอกพจน์ (เช่น table, book, chair เป็นต้น) ไม่สามารถลอยหน้าลอยตาอยู่เดี่ยวๆ ได้ จะต้องมีคำนำหน้านามอยู่ข้างหน้าเสมอนะคะ โดยที่คำนำหน้านามนั้นอาจเป็น a, an, the, my, this, her อะไรทำนองนี้ก็ได้ค่ะ (ข้อสังเกตนี้เป็นประโยชน์กับการเขียนมากที่สุดในสามโลกนะคะ) แต่คำนามนับไม่ได้ อยู่ลอยหน้าลอยตาเดี่ยวๆ ได้นะคะ -_-" double standard สองมาตรฐานจริงๆ เฮ้อ! 


3.  คำนามนับไม่ได้เป็นเอกพจน์เสมอ (แปลไทยเป็นไทยว่า "เติม s/es ไม่ได้นะจ๊ะ" (จำไว้ว่า: แม้แต่ 1 มันยังนับไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น มันจะเป็นอะไรที่มากกว่า 1 ได้อย่างไร) คำนามนับไม่ได้ คือ สิ่งที่เมื่อแยกส่วนออกมาแล้ว มันก็ยังไม่แตกต่างไปจากเดิมค่ะ เช่น "นม" เมื่อเราแยกนมมา 1 หยด ไอ้ 1 หยดนั้นก็ยังเป็นนมอยู่ จริงไหมคะ ฉะนั้น มันก็เลยเป็นนามนับไม่ได้ค่ะ (วิชา กีฬาและนามธรรม ก็ = นามนับไม่ได้) เมื่อเทียบกับรถยนต์ เมื่อเราแยกส่วนมันออกมา   มันก็เป็นอะไรที่แตกต่างออกไปจากเดิม เช่น เป็นเศษเหล็ก เป็นเครื่องยนต์ เป็นต้น รถยนต์จึงเป็นนามนับได้จ้า 


*** อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำนามนับได้และคำนามนับไม่ได้


4.  ***สำคัญมากค่ะ*** คำในภาษาัอังกฤษส่วนใหญ่เป็นคำนามนับได้นะคะ (หมายความว่านามนับได้มีมากกว่านามนับไม่ได้) แต่บางครั้งคำนามนับได้เหล่านั้นก็สามารถใช้เป็นคำนามที่นับไม่ได้ ไ้ด้ด้วยเช่นกันค่ะ โดยมีเงื่อนไขว่า ความหมายที่สื่อนั้นต้องเป็นความหมายในเชิงนามธรรมค่ะ (จับต้องไม่ได้ ไม่เป็นชิ้นเป็นอันนั่นเอง) เช่น คำว่า fruit ในประโยคนี้ค่ะ "Fruit is good for you. แปลว่า ผลไม้(ทั่วๆ ไป) ดีกับคุณทั้งนั้นแหล่ะ" ดังนั้น ไม่ต้องงงนะคะ ทำไมบางครั้งคำนามนับได้ก็อยู่ลอยๆ ได้ โดยไม่ต้องมีคำนำหน้านามอยู่ข้างหน้า (ซึ่งจะขัดกับข้อ 2 ที่สาลี่อธิบายไปข้างต้น)


เห็นเปล่าละคะว่ามัน "ยาก" แต่วันนี้จำหลัก 4 ข้อนี้ให้ได้ก่อนแล้วกันนะคะ เดี๋ยวครั้งหน้าสาลี่จะพาลุยต่อว่าอะไรกันบ้างที่ใช้ "a, an" และอะไรกันบ้างที่ใช้ "the" นะคะ :)  รับรองว่าไม่ใช่เรื่องอนุบาลหมีควายแน่ๆ ค่ะ เอิ๊กๆ 


แบบฝึกหัก (เอ้ย หัด) จากที่สอนมาข้างต้น ลองทำแบบฝึกหัดดังต่อไปนี้


1. ..................... umbrella เติม Article อะไรดี ระหว่าง a, an, the, - (ถ้าจะให้เจ๋งอธิบายให้ตัวเองฟังด้วย            
                          นะว่าทำไม)
2. ..................... hour เติม Article อะไรดี ระหว่าง a, an, the, -
3. ..................... love เติม Article อะไรดี ระหว่าง a, an, the, -
4. ..................... unit เติม Article อะไรดี ระหว่าง a, an, the, -
5. ..................... unity เติม Article อะไรดี ระหว่าง a, an, the, -
6. ..................... university เติม Article อะไรดี ระหว่าง a, an, the, -


ลองทำดูนะคะ ข้อสอบทั้งนั้น 

แบบฝึกหัดอื่นๆ สำหรับเรื่องคำนามนับได้และคำนามนับไม่ได้ 
ซึ่งเป็นรากฐานที่ดีสำหรับการเรียนเรื่อง Article ค่ะ 
ว่างๆ ก็เข้าไปทำนะคะ จะได้เรียนรู้เพิ่มเติม อิอิ

กดที่ลิ้งก์เหล่านี้ได้เลยค่ะ





















แสดงความคิดเห็น

2 ความคิดเห็น

  1. ไม่ระบุชื่อ24 กันยายน 2554 19:37

    1. an umbrella จ้า เพราะเป็นนามนับได้ แล้วก็อ่านว่า อัมเบรล'ละ เสียงสระแน่นอน
    2. an hour แน่นอน เพราะเป็นนามนับได้ แล้วก็อ่านว่า เอา'เออะ เสียงสระเช่นเดียวกัน sameๆ เหมือนๆกับข้อแรก
    3. love ไม่เติม Article เพราะรัก(ไม่ใช่ดวงดาวเมื่อพราวแสง ใช่ร้อนแรงดุจแสงอาทิตย์ส่อง...) เป็นนามนับมิได้
    4. a unit เป็นนามนับได้จ้า แปลว่า หน่วย หน่วยกิต หน่วยทหาร หลายหน่วยเยอะแยะเต็มไปหมด แล้วก็ออกเป็นเสียงพยางค์แรกเป็นเสียง consonant
    5. unity ไม่ต้องเติม Article เพราะแปลว่า ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เป็นนามนับมิได้ เติม Article ไปก็มิได้นำพา
    6. a university แน่นอน เพราะเป็นนามนับได้ และเป็นเสียงพยางค์แรกเป็น consonat

    โปรดชี้แนะด้วย

    Evil Hero Malicious Edge : May the dark side be with you

    ตอบลบ
  2. "มิได้ค่ะ มิได้ ไม่ต้องชี้แนะแล้วค่ะ บอกได้คำเดี๋ยวว่า เลิศ อธิบายเคลียร์ที่สุดใน 3 โลกเลยค่ะ"

    ขอบคูณนะคะ คำตอบและสิ่งที่อภิปรายกันในนี้ เป็นความรู้แก่บุคคลคนทั่วไปค่ะ อิอิ

    แต่คำตอบข้อ 3 นี่ ทำให้คิดนะคะ ว่าคนตอบเป็นใคร "วัยเดียวกันหรือเปล่าน้อ เพราะเป็นเพลงที่สาลี่ชอบด้วยอ่ะ"

    ตอบลบ

ทักทาย แสดงความคิดเห็นหรือถามคำถามได้ ที่นี่ เลยค่ะ