Advertisement

Main Ad

พิชิตแกรมมาร์ ง่ายกว่าพิชิตใจชาย ตอนที่ 1/3 (Pronoun)


พิชิตแกรมมาร์ ง่ายกว่าพิชิตใจชาย ตอนที่ 1/3...(Pronoun)


ก่อนจะเริ่มการสอนแกรมมาร์ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ขอหว่านล้อมให้ไปอ่าน "หน้าที่ของคำ (Part of Speech)" กันเสียก่อนที่จะมาเริ่มบทเรียนนี้ เพราะการเรียนอังกฤษให้เข้าใจต้องเข้าใจภาพรวมกันเสียก่อนค่ะ เมื่อทุกคนอ่าน Part of Speech กันแล้ว ก็ค่อยมาลุยอ่าน "พิชิตแกรมมาร์ ง่ายกว่าพิชิตใจชาย ตอนที่ 1--Pronoun" กันนะคะ


ทำไมเราต้องมี Pronouns [โพร้-นาวน์] ก่อนตอบคำถามนี้ สาลี่ขอถามหน่อยค่ะว่า
มีใครไหมที่เรียกชื่อจริงกันตลอดเวลา เช่น 


สาลี่:  "สมหญิง (ชื่อโบฯมาก) วันนี้เป็นยังไงบ้าง 
          ไปดูบางกอกกังฟูมาหรือยัง 
          สาลินีไปดูมาแล้วนะ สนุกมากจริงๆ" 
สมหญิง: "เยอะ...ไปปะ" 
สาลี่:  !!!


เราคงไม่เรียกสิ่งนั้นหรือคนคนนั้นด้วยชื่อกันตลอดเวลา นอกจากคนๆ นั้นจะชอบกินผลไม้ที่เรียกว่า สแตเบอร์หล๋อ มาก...55+ คงไม่มีใช่ไหมคะ ดังนั้น เราจึงต้องมีคำที่ใช้เรียกแทนคำนาม ซึ่งภาษาอังกฤษเราเรียกคำๆ นี้ว่า "Pronoun" (วิธีจำไม่ยากค่ะ ในคำว่า Pronoun ก็มีคำว่า "noun" กันอยู่แล้ว 


Pronoun มีเยอะมาก เยอะจนตัวสาลี่เองก็ไม่เคยเข้าใจอย่างถ่องแท้ จนกระทั่งเรียน ม.3 วันนี้เลยมาขอเสนอวิธีจำ ที่อาจช่วยให้คนที่ทะเลาะกับ Pronoun อยู่เป็นประจำ (ทั้งนักเรียนและบุคคลทั่วไป) หันมาใช้ Pronoun ได้อย่างมีความสุขค่ะ (ต้องทำเวลา เพราะทวิภพจะมาแล้ว อ่ะจึ๋!)
สำหรับการจำ ขอให้จำเป็นคู่ๆ นะคะ จำวันละนิด จิตแจ่มใส (รับรองไม่พลาดทั้งข้อสอบไม่ว่าจะ ป.3 จนถึง โทอิค หรือ โทเฟิล ก็ย่อมต้องเจอข้อสอบที่เกี่ยวกับ Pronoun ทั้งนั้น อย่าตกม้าตายนะคะ (Don't make a slip so easily.)

*** อ่านทุกคำและทุกบรรทัด นับจากนี้ โอเค? ***
 มนุษย์เราย่อมเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง และ ต้องเป็นใหญ่เสมอ เพราะฉะนั้น แถวแรก ก็จะเป็นอะไรที่เกี่ยวกับตัวเรา และ ตัวเราเป็นที่ตั้ง เป็นประธานสภาและเป็นนายกรัฐมนตรี เ้อ้ย ไม่ใช่

ชุดที่ 1 ที่จะให้จดจำกันวันนี้ เป็นอะไรที่อนุบาลหมีควายมาก (ง่ายที่สุดใน 4 โลกเลยเอ้า)  ชุดนี้แบ่งเป็น "ประธาน" (ใหญ่ที่สุดไม่มีใครกล้าแหยม) และ "กรรม" (เดินผ่านสนามฟุตบอล ลูกบอลบินมาแทกดั้ง กรรม!จำไว้นะคะ กรรม = ซวย (ถูกเขากระทำ T_T)


ประธาน                     กรรม 
I                                 me
You                           you
We                             us 
(ขอร้อง ห้ามอ่าน -อุส- เสี่ยวมากค่ะ ให้อ่านว่า -อัส- 
They                          them 
(ถ้าสับสนกับ their ให้จำว่า 
คำที่เป็น กรรม ลงท้ายด้วย  ม.ม้า เมอะ เมอะ 
เหมือนคำว่า them ลงท้ายด้วย เอ็ม เมอะ เมอะ เหมือนกันเลย)


He                             him
(ถ้าสับสนกับ his ให้จำว่า 
คำที่เป็น กรรม ลงท้ายด้วย  ม.ม้า เมอะ เมอะ 
เหมือนคำว่า him ลงท้ายด้วย เอ็ม เมอะ เมอะ เหมือนกันเลย)


She                           her
It                               it
(ถ้าสับสนสองคำนี้กับคำว่า hers กับ its 
ให้จำว่าตัวที่เป็นกรรมนั้นไม่มีตัว s ต่อท้ายค่ะ)


ตัวที่เป็นประธาน = ตัวที่ทำกริยาหรือแอ็คชั่น
ตัวที่เป็นกรรม = ตัวที่ถูกกระทำ


"I think I love you ..." 



I เป็นประธาน เพราะเป็นผู้ "คิด" I อีกตัวก็เป็นประธาน เพราะเป็นผู้ "รัก"
คนที่ถูกรัก หรือ you เป็น กรรม ค่ะ


"You ran away from him because he wanted to beat you."


คุณวิ่งหนีเขาเพราะว่าเขาต้องการซ้อมคุณ (สงสัยคงลืม คิดว่าตัวเองเป็นนักมวย)

ดูแต่ตัวที่ไฮไลท์ในตอนที่ 1 นี้นะคะ ตัวอื่นทำหน้าที่อื่น เดี๋ยวสาลี่จะมาสอนในตอนต่อไป จะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้



ตัวที่เป็นประธาน = ตัวที่ทำกริยาหรือแอ็คชั่น
ตัวที่เป็นกรรม = ตัวที่ถูกกระทำ



ด้านบนมี 2 ประโยคย่อย มีคำว่า "เพราะว่า (because)" เป็นตัวเชื่อมนะคะ 


You เป็นประธาน เพราะเป็นคน "วิ่งหนี" ในขณะที่อีกประโยคหนึ่ง he เป็นประธานเพราะ เป็นคนที่ "ต้องการ"
him (เป็นกรรมของบุพบท from -- Pronoun ที่อยู่ด้านหลังบุพบท มักอยู่ในรูปของกรรม นะคะ) 55+ แต่ถ้าจำแบบแถๆ เพื่อให้เรียนอังกฤษแบบสนุกละก็ ให้จำว่า him ถูกปฏิเสธ คนอื่นก็เลยวิ่งหนี ซวยจริงๆ อย่าลืมว่า ซวย = กรรม ค่ะ (เป็นการช่วยจำเฉยๆ แต่ถ้าต้องการเอาไปเรียนหรือตอบคำถามคุณครู ดูในวงเล็บไฮไลท์สีชมพูนะคะ)


จบตอนที่ 1

แน่จริงลองทำดูนะคะ
ข้อ 1  คำภาษาอังกฤษคำใดอยู่ผิดที่ผิดทาง จงตอบและอธิบายมาเถิด (TOEFL)
Jellyfish use long, stinging, sticky threads to capture they food. 

ข้อ 2  คำภาษาอังกฤษคำใดอยู่ผิดที่ผิดทาง จงตอบและอธิบายมาเถิด (TOEFL)
Two anthropologists from the University of California they believe that they have found a missing link in human evolution

ไม่ยากใช่ไหมล่ะ
http://krusali.blogspot.com/2010/02/part-of-speech.html

แสดงความคิดเห็น

13 ความคิดเห็น

  1. ไม่ระบุชื่อ13 กันยายน 2554 23:00

    ข้อที่ 1 they food ต้องเปลี่ยนเป็น their food เป็นสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ

    ข้อที่ 2 they believe that they have found ต้องเปลี่ยน they ตัวหลังเป็น them เพราะเป็นกรรมของประโยค

    ชิมิ

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ13 กันยายน 2554 23:05

    ขอแก้ข้อ 2 ฮ่าๆๆๆๆๆ
    Two anthropologists from the University of California they ต้องตัด they ทิ้งไป เพราะประโยคมีประธานแล้วไม่ต้องมี they ก็ได้

    ชิมิ

    ตอบลบ
  3. 555+ ถั่วต้มแล้วค่ะ ตบมือให้แปะๆๆๆ

    ว่าแต่นี่ใครหรือคะ "เป๊ะอ่ะ"

    ตอบลบ
  4. เอ๊ะ!! ยังไง งง หน้อ...
    Two anthropologists , they(1) = ประธานไช่ไหมครับ
    from = บุพบท
    believe that have = ช่วยกริยา
    found = กริยา
    a missing link in human evolution = ประธานด้วยหรือเปล่าเน้อ
    ถ้าตัด they (2) ออกไปก็จะ......
    Two anthropologists from the University of California they believe that have found a missing link in human evolution <<<< แบบนี้หรือเปล่่าครับ

    ตอบลบ
  5. Two anthropologists from the University of California they believe that they have found a missing link in human evolution.

    ประธานคือ Two anthropologists ค่ะ (from the University of California) ขยาย Two anthropologists
    กริยาคือ believe (ไม่ต้องเติม "s" เพราะประธานเป็นพหูพจน์ (มี 1 คนขึ้นไป))

    คำว่า "they" เป็นคำสรรพนาม (ที่ใช้แทนคำนาม) ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

    แต่ ดูดีดีนะคะ ประโยคนี้มีประธานอยู่แล้ว คือ Two anthropologists จะมี they ซ้อนเป็นประธานอีกตัวหนึ่งไม่ได้ มัน "เยอะเกิน" อิอิ ก็เลยให้เลือกเอาตัวใดตัวหนึ่งเท่านั้น
    จะ Two anthropologists ก็ Two anthropologitst หรือ
    จะ They ก็ They ค่ะ

    พอเข้าใจไหมเอ่ย

    ส่วนตั้งแต่คำว่า "that" เป็นต้นไป ก็เป็นอีกประโยคหนึ่ง โดยในที่นี้ that ทำหน้าที่เป็น Conjunction หรือคำสันธาน (จำง่ายว่าสะพาน เชื่อมมิตรภาพไทย-ลาว) ทำหน้าที่เชื่อมประโยคค่ะ

    ประโยคที่ 1 คือ Two anthropologists from the University of California believe

    มี that เป็นตัวเชื่อมประโยค

    ประโยคที่ 2 คือ they have found a missing link in human evolution. ค่ะ

    หายงงยังเอ่ย

    ตอบลบ
  6. อ้าว หรอครับ จะว่าหายก็หายนะครับ ประโยคนี้ แต่ประโยคต่อไปอ่ะไม่แน่ใจครับ ว่ะฮ่าๆๆๆ ^_^"

    ตอบลบ
  7. ออร์ริกาโน่ ต้องลองคิดดูก่อนค้า...ลองดู ลองดู

    ตอบลบ
  8. that ในที่นี้ไม่มีความหมายหรอครับ ผมอ่านจากนิยาย เจอ that เยอะม๊ากกกกกกกกกกก ครับ

    ตอบลบ
  9. "that" ในที่นี้เป็น Conjunction มีไว้เชื่อมประโยคค่ะ
    แต่คำว่า that ยังคงมีหน้าที่และความหมายอื่นๆ ด้วยนะคะ
    หากสนใจ สาลี่เคยเขียนเอาไว้แล้วค่ะ เข้าไปที่นี่ได้เลย
    http://krusali.blogspot.com/2011/09/that-1.html

    ตอบลบ
  10. ชอบวิธีการสอนของพี่มากครับ แต่พี่หายไปเลยแงะ ( สงสัยรำคาญ T^T ) ถ้าพี่เข้ามาเห็นข้อความที่ผมถามไว้ช่วยตอบผมไห้หายข้องใจที น๊าาครับ ขอบคุณก๊าบบ

    ตอบลบ
  11. ไม่นะจ๊ะ พี่ไม่ได้รำคาญ คำถามไหนอ่ะ
    เดี๋ยวพี่เข้าไปตอบ ช่วงนี้พี่เกเรอ่ะค่ะ
    :) อย่าถือสากันเลยนะคะ ออร์ริกาโน่

    ตอบลบ
  12. ชอบมากเลยคะ ขอบคุณพี่มากนะคะ
    แอบอ่าน มาหลายเรื่องแล้วแต่ไม่ได้เม้นขอบคุณสักที่ ^^

    ตอบลบ

ทักทาย แสดงความคิดเห็นหรือถามคำถามได้ ที่นี่ เลยค่ะ